ร้านอาหารอิตาเลียนในไทย

1. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน La Scala

เป็นร้านอาหารที่โปรดปรานของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ตกแต่งได้ดีแต่ไม่หรูจนรู้สึกเกร็งเกินไป ที่สำคัญการให้แสงของที่นี่ดีมาก สำหรับคนที่ชอบกินแบบแสงสลัวต้องชอบแน่นอน ประกอบกับการบริการที่ดีเยี่ยมจึงทำให้อิ่มเอมใจไม่ใช่น้อย ส่วนในด้านอาหาร ของขึ้นชื่อของที่นี่ คือ Pasta และ Pizza ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดๆอย่าง Antipasta ,Amuse Bouche’, Octopus Salad, Campania, Tortelli, pasta, Sicilian Red Prawn, Roasted Ibreico Lamb Rack โดยฝีมือของ 2 เชฟคุณภาพชาวอิตาเลี่ยนระหว่าง Chef David จาก La Scala @ The Sukhothai Bangkok และ Chef Alessandro จาก Acqua Restaurant Phuket กับเมนูอาหารที่โด้ชิมแล้วรู้สึกได้เลยว่าอร่อยล้ำมีพลังมากๆ ด้วยการผสมผสานความคลาสสิคและความคิดสร้างสรรค์ที่ลงตัวสุดๆ

พิกัด: โรงแรมสุโขทัย

2. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน CAFE MILANO

ร้าน CAFE MILANO ที่ใจกลางถนนวิทยุ บรรยากาศของร้านสบายๆในสไตล์โมเดิร์น การบริการที่ยอดเยี่ยม ที่มาพร้อมกับอาหารอิตาเลียนอร่อยถูกปากคนไทย ทำให้หลายๆ คนมักจะแวะเวียนเข้าไปลิ้มชิมรสกันอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าสไตล์ดั้งเดิม พาสต้าโฮมเมดสดใหม่ หรืออาหารเช้าสไตล์คอนติเนนตัล ทีมของพ่อครัวพิเศษที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการปรุงอาหารนานาชาติใช้เฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดและสดใหม่สำหรับรสชาติสูงสุด  นอกจาากจะมีอาหารอิตาเลียนเสิร์ฟแล้วยังมีบาร์ให้คุณได้ดื่มสังสรรค์กันแบบเบาๆ หลังจากเลิกงาน แอบกระซิบกันอีกนิดว่าใครชอบรับประทานเนื้อแกะ อย่าได้พลาดกับอาหารจากหลักอย่างเสต็กเนื้อแกะอย่าง Grilled Australian Lamb Rack ที่อร่อย ชวนติดใจจนต้องแวะไปกินซ้ำอีกรอบ

พิกัด: 130 ถนนวิทยุ, ลุมพินี,ปทุมวันกรุงเทพฯ

3. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน La Bottega di Luca

ตั้งอยู่บนทำเลที่สวยงามเหมาะสำหรับการรับประทานอาหารอิตาเลียนและไวน์แบบดั้งเดิม อีกทั้งเป็นร้านอาหารที่ชาวอิตาเลี่ยนด้วยกันยังให้การยอมรับว่าคือหนึ่งในร้านที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ​โดยเชฟ Luca Appino ที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูง อารมณ์ดี เป็นผู้ปรุงอาหารใช้ส่วนผสมแบบดั้งเดิมจากวัตถุดิบที่สดสะอาดจาก Mediterranean จนกลายมาเป็นอาหารจานอร่อย ไม่ว่าจะเป็น vongole white wine sauce , Tasmanian ribeye steak, Seafood pasta in white wine ,Wagyu carpaccio Burrata Cheese หรือจะเป็น lunch set ที่ราคาไม่แพงเพียง 390 บาทเท่านั้น โดยจะรับเป็นซุปหรือบุฟเฟ่ต์สลัดบาร์ + พาสตา 1 จานก็ได้ ซึ่งของในไลน์บุฟเฟ่ต์เค้าก็คุณภาพดี มีให้เลือกเยอะพอสมควร แค่กินผักย่าง เห็ดผัดสมุนไพร กับพวกแฮมก็คุ้มมากแล้ว อ้อ!ลืมบอกไปว่าร้านนี้เสต็กอร่อยมาก ยังไงไปแล้วห้ามลืมสั่งเด็ดขาด รวมๆแล้วบอกเลยว่าคนที่ชอบอาหารอิตาเลี่ยนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

พิกัด: อาคารเทอเรส 49 ตึก 2 ชั้น 2 ถนนสุขุมวิทซอย 49 ทองหล่อกรุงเทพฯ 10110 ประเทศไทย

4. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน Gianni Ristorante

Gianni Ristorante  เป็นร้านอาหารอิตาลีเก่าแก่เปิดบริการมานานตั้งแต่ปี1996 โดยเชฟ Patron Gianni Favro ผู้พิถีพิถันในทุกๆขั้นตอน เพื่อให้อาหารออกมาอร่อยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด พร้อมๆกับบรรยากาศที่ดีเยี่ยมที่ให้ความรู้สึกแบบเมดิเตอร์เรเนียนและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ปกคลุมบริเวณส่วนหนึ่งของร้านอาหาร ที่นี่สดใสและโปร่งสบาย เหมาะกับการมาทานอาหารในทุกโอกาส เชฟ / ผู้อุปถัมภ์ Gianni Favro ได้รับชื่อเสียงอันน่าทึ่งในวงการอาหารของกรุงเทพฯเพื่อให้บริการลูกค้าทั้งอบอุ่นและเป็นส่วนตัวและอาหารอิตาเลียนชั้นหนึ่ง Gianni ยืนยันในการดูแลรายละเอียดแต่ละส่วนของร้านอาหารด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษในการสั่งซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่พร้อมใช้งานตลอดจนสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า

สำหรับด้านรสชาติอาหารต้องบอกเลยว่าอร่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นซุปเห็ดทรัฟเฟิ่ล ปลาโดเวอร์โซลย่าง ปาม่าแฮม เนื้อปลา ตับห่าน ของหวานก็ไม่เคยผิดหวัง อย่างเช่น สตรอว์เบอรรี่ เมอแรง สัมผัสได้ถึงวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เชฟปรุงมาได้กำลังดีเลย เป็นร้านอาหารคุณภาพอีกหนึ่งร้านสำหรับมื้อพิเศษ บริการดีตามมาตรฐานโรงแรมดีๆ พนักงานบริการดี มีเจ้าของร้านออกมาทักทายแบบเป็นกันเอง ถึงแม้อาหารร้านนี้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่ถ้าเป็นโอกาศพิเศษก็คุ้มค่าที่จะได้ลิ้มลอง

พิกัด:  34/1 ซอยต้นสนเพลินจิต

5. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน BELLA ROCCA

BELLA ROCCA ร้านสวยบนชั้น 9 โซน Helix ของ EmQuartier ด้วยบรรยากาศที่ดูเรียบหรู อบอุ่น แถมมีโซนอินดอร์ที่คุณสามารถเห็นวิวได้แบบสุดลูกหูลูกตาแค่เพียงกระจกใสกั้น หรือจะนั่งโซนเอาท์ดอร์ไว้รับลมเย็นๆ มองดูแสงไฟจากยอดตึกก็เริ่ด ที่นี่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนขนานแท้ พร้อมอาหารฝรั่งเศสเพื่อความหลากหลาย ส่วนบริเวณหน้าร้านก็มีที่นั่งสบาย ๆ โปร่ง ๆ เหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟเพื่อพูดคุยกันกับเพื่อนฝูง งานนี้ไปที่เดียวได้ทั้งบรรยากาศดีๆและอาหารอร่อยถูกปากคนไทยแน่นอน

Bella Rocca เป็นร้านจากเครือ Pomodoro Group ทำให้มั่นใจได้ว่าอาหารอิตาเลียนของที่นี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ทั้งวัตถุดิบคุณภาพดีและรสชาติที่คุ้นเคยจากการปรุงอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็น Tuna Tartare ที่มากับแชลลอตสับและเปลือกมะนาวที่ให้รู้สึกสดชื่น Marinara สปาเก็ตตี้เส้นดำหนึบ ๆ ผสมกับอาหารทะเลอย่างกุ้ง หอยแมลงภู่และเนื้อปูในซอสไวน์ขาวรสชาติกลมกล่อม หรือจะเป็น  Pan-fried Seabass and Chicken White Wine Sauce ปลากะพงหนังกรอบกำลังดี เนื้อนุ่มมากับ Ratatouille และซอสไวน์ขาวที่ทานได้แบบไม่ต้องกลัวเลี่ยน สำหรับของหวานสไตล์อิตาเลียน ก็เช่น Panna Cotta  ที่เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นวานิลลาตัดกับซอสราสป์เบอร์รี่รสเปรี้ยวและผลไม้ รับรองเลยว่าอร่อยจนแทบวางช้อนไม่ลงเลยทีเดียว

พิกัด: ชั้น 9 โซน Helix ของ EmQuartier

6. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน THEO MIO

เซฟเซเลปชื่อดัง Theo Randall ของเกาะอังกฤษที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมิชลินสตาร์ในฐานะหัวหน้าพ่อครัวร้าน River Cafe มาอย่างยาวนาน ได้โอกาสดีเปิดร้านธีโอ ไมโอสาขาที่ประเทศไทยที่ InterContinental ปทุมวัน โดยเป็นอาหารอิตาเลียนแบบเรียบง่ายสไตล์โฮมเมด ที่มีจุดเด่นในการคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดี เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มชิมรสความอร่อยแบบไม่มีกั๊ก การตกแต่งร้านที่ดูเรียบหรูสบายตา มีต้นไม้อยู่กลางร้านพร้อมไฟห้อยระย้า ให้ความรู้สึกเหมือนใกล้ชิดธรรมชาติ หรือนั่งอยู่ใน Glasshouse ขนาดใหญ่

เมนูที่นี่เป็นเมนูอาหารอิตาเลียนที่เรียบง่ายในแบบโฮมสไตล์ และพิถีพิถันคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดีทั้งจากในและต่างประเทศ โดยฝีมือของเชฟ Chris Beverley ที่มาดูแลครัวที่นี่ให้ เมนูเด็ดๆที่อยากให้ได้ลองก็เช่น   Mixed Red Yellow Tomatoes with Fresh Goat Cheese ที่เลือกใช้มะเขือเทศจากอิตาลี โกทชีส และเรดไวน์เดรสซิ่ง ทำให้ได้รสชาติเปรี้ยว ๆ สดชื่น ส่วนพาสต้าของที่นี่มีทีเด็ดคือเส้นพาสต้าโฮมเมดที่ทำสดใหม่ ลอง Stuffed Pasta with Slow-cooked Veal with Porcini แบบเดียวกันกับที่ลอนดอนที่ทำเส้นพาสต้าจากไข่แดง และยัดไส้เนื้อลูกวัวสโลว์คุกในซอสครีมเห็ดพอร์ชินี จานหลักตามแบบฉบับอิตาเลียแท้ ๆ ต้องยกให้ Chargrilled Beed Sirlion with Rockets, Parmesan and Red Chilli เนื้อ ทานกับร็อกเก็ต บัลซามิกวิเนการ์ และเพิ่มพริกสดลงไปเพื่อเพิ่มความจัดจ้าน แค่นี้ก็อร่อยล้ำจนยากจะลืมเลือน

เครื่องดื่มที่ Theo Mio ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน เพราะที่นี่มีซิกเนอเจอร์ค็อกเทลที่ค่อนข้างหลากหลาย ลอง Candy Crush ที่มีวอดก้า น้ำลิ้นจี่ ราสป์เบอร์รี่ และตกแต่งขอบแก้วด้วยลูกกวาดเล็ก ๆ แบบที่เคยกินกันตอนเด็ก ๆ ให้รสหวาน ๆ สาวๆน่าจะชอบ ลองมาที่ THEO MIO แล้วคุณจะต้องมาซ้ำแน่นอน

พิกัด: 973 Phloen Chit Road Bangkok 10330, Thailand Lumpini Pathum Wan กรุงเทพมหานคร

7. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน CROSTINI

CROSTINI ร้านอาหารอิตาเลียนแท้ๆและบาร์ชื่อดังบน The Mercury Ville ชั้น 4  ที่แต่งร้านสุดเท่โทนสีไม้เอิร์ธโทนให้ความรู้สึกแบบอบอุ่น แต่แฝงด้วยกลิ่นอายและสไตล์แบบอิตาเลียนที่มีความเรียบและหรูหราที่นี่มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์เดอร์ให้เลือกนั่ง สามารถมองเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ สวย ๆ เหมาะสำหรับการนั่งแฮงก์เอาท์รับลมเย็น ๆ เป็นที่สุด ที่นี่เสริฟอาหารอิตาเลียนวัตถุดิบดีที่นำเข้าจากต่างประเทศ รังสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน จะสั่งจานไหนก็อร่อยเลิศไปทุกจานรับรองว่าถูกใจคนรักอาหารอิตาเลียนอย่างแน่นอน

สำหรับเมนูชวนลองที่รับประกันว่าเด็ดก็เช่น เมนูพิซซ่าหน้าซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่าง Crostini Pizzas  พิซซ่าแป้งบางกรอบที่ทำและอบสดใหม่แบบถาดต่อถาด ท็อปหน้าด้วยมาสคาโปนชีสเพื่อเพิ่มความนุ่ม พร้อมมอสซาเรลล่าชีสเยิ้ม ๆ และสโมคแซลมอน Pasta Al Cartoccio Di Mare  สปาเก็ตตี้ผัดพร้อมเครื่องซีฟู้ด และไข่ปลาโบทาก้า นำเข้าวัตถุดิบจากซาดิเนีย ประเทศอิตาเลีย ปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน ก่อนคลุมโดยแป้งพิซซ่าแล้วนำเข้าไปอบในเตา Braciola Di Maiale Alla Griglia สเต็กหมูส่วนพอร์คชอปที่คัดมาเป็นพิเศษ กริลล์จนสุกกำลังดี เสิร์ฟมาร้อน ๆ พร้อมมันบด และซอสแอปเปิ้ลบัลซามิกโฮมเมด หรือจะเป็น Mix Crostini  ขนมปังปิ้งชิ้นพอดีคำที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งต่าง ๆ ถึง 6 หน้า ได้แก่ Guacamole Shrimp, Prosciutto di Parma & Mozzarella, Misto Mare, Funghi Trifolati, Smoked Salmon Catalan Style และ Caprese

พิกัด: The Mercury Ville ชั้น 4

8. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน BECCOFINO

BECCOFINO กับความหมายดีๆที่แปลว่า “การชิมอาหารอย่างมีระดับ” ทีนี่เหมาะกับผู้ที่ต้องการชิมอาหารแบบอิตาเลียนแท้ๆ ด้วยบรรยากาศที่ตกแต่งแบบอิตาเลียนสไตล์เหมือนเข้าไปอยู่ในคาเฟ่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองมิลานอะไรแบบนั้น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับ วัตุถิบที่ดีและหลากหลาย ราคาสมเหตุสมผลพร้อมการบริการที่ดีเยี่ยมต้องมาเช็คอินร้านนี้กันให้ไว

สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อของ Beccofino Italian Restaurant and Grill ร้านอาหารอิตาเลียนคลาสสิกแท้ ๆ ที่อยู่คู่ย่านทองหล่อมานานกว่า 10 ปี และล่าสุดได้ขยับมาตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 1 ของโครงการ Fifty Fifth ซอยทองหล่อ 2 นานกว่า 4 ปีแล้ว ที่สำคัญยังคงเน้นเสิร์ฟหลากหลายเมนูอาหารอิตาเลียนโดยฝีมือของเชฟชาวอิตาลีแท้ ๆ อย่างเชฟ Angelo Rottoli ให้เหล่าคนรักอาหารอิตาเลียนได้แวะมาลิ้มลองความอร่อยกัน

บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยตัวร้านจะตกแต่งด้วยโทนสีเข้มเป็นหลัก เน้นการใช้วัสดุประเภทงานไม้ และงานปูนเปลือย ที่ให้ลุคขรึม ๆ เพดานของร้านค่อนข้างสูงทำให้รู้สึกโปร่ง โล่ง และเพิ่มความสบายตามากยิ่งขึ้นด้วยภาพถ่ายสีขาว – ดำ ที่ประดับตกแต่งโดยรอบ นอกจากนี้สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มทางห้องอาหารก็มีห้องส่วนตัวไว้สำหรับบริการอีกด้วย

สำหรับเมนูของที่นี่จะเน้นเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ ด้วยวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพดีส่งตรงจากอิตาลี โดยจะมีเมนูให้เลือกสั่งกันทั้งแบบ A la carte และล่าสุดทางร้านได้เปิดไลน์ Buffet สำหรับมื้อดินเนอร์ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 – 22.30 น. ทุกวันจันทร์ – วันพฤหัส ซึ่งจะมีให้เลือกถึง 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ Full Courses Menu (999 บาท++) ที่ให้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับหลากหลายเมนูอาหารอิตาเลียนแบบไม่มีจำกัดเวลา และยังสามารถสั่งได้เกือบทุกอย่างในเมนูเริ่มตั้งแต่เมนูจากโซน Antipasto & Salad Bar รวมไปถึงเมนูในเล่มทั้ง Starters, Risottos and Pastas, Mains, Pizzas และ Desserts และเครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ และ Full Courses Menu with Drinks (1,599 บาท++) ที่เพิ่มความพิเศษด้วยเครื่องดื่มซอฟท์ดริงก์ เบียร์ และไวน์อย่างดี

สำหรับเมนูแนะนำ เช่น  Alaska King Crab Salad  สลัดผักสด ๆ ที่เพิ่มความพิเศษด้วยเนื้อปูอลาสก้าแน่น ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดเลมอนสูตรเฉพาะของร้านที่ให้รสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ กำลังดีแบบไม่กลบรสชาติของเนื้อปู หรือจะเป็น Tortelli  เกี๊ยวอิตาลีแบบโฮมเมดนุ่ม ๆ ที่สอดไส้ด้านในด้วยกะหล่ำปลี และเบคอน พร้อมพาเมซานซอส ลอง Bigoli Friarielli เส้นพาสต้าที่ผัดคลุกเคล้ากับ Italian Sausage ตัดรสด้วย Broccoli Leaves และปรุงรสแบบอิตาเลียนแท้ ๆ ส่วนเมนูไฮไลท์ของร้านอย่างพิซซ่า ก็เข้าที ซึ่งที่นี่นี่จะเป็นแป้งบางกรอบที่อบในเตาด้วยไม้ยูคาลิปตัสเพื่อเพิ่มความหอมเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูจานหลักอย่างอื่นให้เลือกอีกเช่น Steak, Pork Chop เป็นต้น อย่าลืมตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Tiramisu ด้วยสูตรคลาสสิกแบบอิตาเลียนดั้งเดิม รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ดีขนาดนี้ควรไปให้ไว

พิกัด: ฟิฟตี้ฟิฟธ์พลาซ่าบนทองหล่อ 2

9. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ROSSINI’S

  ROSSINI’S ห้องอาหารอิตาเลียนอันเก่าแก่ที่อยู่คู่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท มายาวนานตั้งแต่ยุคก่อตั้งแห่งนี้ ที่เสิร์ฟอาหารแบบอิตาเลียนร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์ทัสคันวิลล่า โดยใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลก การันตีรสชาติความอร่อยจากฝีมือทีมเชฟกระทะเหล็ก ด้วยการตกแต่งไตล์แบบอิตาเลียน ที่ดุอบอุ่นเป็นกันเองแต่คงความหรูหราไปพร้อมๆ กัน

สำหรับเมนูยังคงความเป็นอิตาเลียนร่วมสมัย รสชาติอร่อยและหน้าตาสวยงามที่ให้บริการในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ไม่ว่าจะเป็น Salmone Marinata e Affumicata, Parmigiano, Cipolline Agrodolce, Sabbia di Cipolla   แซลมอนรมควันสไตล์ à la minute ที่รมควันด้วย Smoke Gun เพื่อให้รสสัมผัสของปลามีความนุ่มและคงความสด รวมถึงหอมกลิ่นควันจาง ๆ ทานคู่กับผงหอมใหญ่รสหวาน ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้กับแซลมอนเป็นอย่างดี และยังมี Carne Cruda Wagyu Battuto al Coltello, Burrata e Tartufo Nero  ทาร์ทาร์เนื้อที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการทานอาหารของชาวอิตาเลียนที่มักจะทานทาร์ทาร์กับเห็ดทรัฟเฟิล โดยเลือกใช้เนื้อวากิวเพื่อให้ได้สัมผัสและรสชาติที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับ Burrata Dome ชีสบูราต้าสดที่แข็งตัวเป็นโดมด้วยไนโตรเจนเหลว เมนูข้าวต้นตำรับอิตาลีที่นี่ก็มี Risotto, Piselli Dolci e Guancia Brasata ริซอตโต้สีเขียวสดใสที่มีส่วนผสมของถั่วลันเตา ต่ออีกเมนู Controfiletto Miyazaki Wagyu (A4) Cipolle al Balsamico เนื้อมิยาซากิวากิว เกรดเอสี่ ส่งตรงจากทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นเนื้อที่ให้สัดส่วนไขมันกับเนื้อกำลังดี นำมาจี่กระทะร้อนจนผิวนอกเหมือนเบคอน แต่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำ ปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลือมัลดอนเกล็ดใหญ่ที่ให้รสเค็มและหวานเล็ก ๆ เสิร์ฟพร้อมหอมแดงย่างน้ำส้มสายชูบัลซามิก กระเทียมทั้งดอกกับโรสแมรี่เผา

สำหรับของหวานสไตล์อิตาเลียนขอเสนอ Spuma di Cioccolato Nero e Granita al Caffé เมนูเย็น ๆ ที่เบสด้วยมูสดาร์กช็อกโกแลต คอฟฟี่กรานิต้าผสมครัมเบิลช็อกโกแลตคุกกี้ ปิดหน้าด้วยแผ่นดาร์กช็อกโกแลตที่มีเบอร์รีตกแต่งและช่วยตัดรสเข้มจากกาแฟและช็อกโกแลต งานนี้บอกเลยว่ามาร้านนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ

พิกัด: 250 ถนน สุขุมวิท Klong Toei, เขต คลองเตย กรุงเทพมหานคร

10. ร้านอาหารอิตาเลี่ยน MEDICI KITECHEN & BAR

MEDICI KITECHEN & BAR ร้านอาหารอิตาเลียนขนานแท้ที่ตั้งอยู่โรงแรม Hotel Muse ที่นี่ไม่ได้ขึ้นชื่อแค่เพียงเรื่องการตกแต่งร้านสุดเก๋ สุดอลังการ โดยตกแต่งแบบให้มีพื้นที่โล่งกว้างสไตล์อุตสาหกรรม น่าถ่ายรูปเช็คอินเพียงเท่านั้น แต่ที่นี่นำเสนออาหารสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ จากวัตถุดิบต้นตำรับจากประเทศต้นกำเนิด ที่ทำโดยเชฟอิตาเลียนแท้ๆ ที่มากฝีมือฝากประสบการณ์ที่ดูแลทุกขั้นตอนทุกจานอย่างประณีต ทำให้ท่านที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนไม่ควรพลาดเด็ดขาด ที่สำคัญที่นี่ได้รับรางวัล The Best Italian Restaurant in Bangkok จากนิตยสาร Thailand Tatler มาแล้ว

เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ เลือกสรรแต่วัตถุดิบที่ดีที่สุดทั้งจากอิตาลีและฝรั่งเศส ที่นี่มีครัวแบบเปิดเป็นสเน่ห์ดึงดูดให้มาใช้บริการในทุกวาระโอกาส พร้อมรายการไวน์นำเข้ามากมาย ทั้งจากอิตาลี ฝรั่งเศส และชิลี

เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ พร้อมเสิร์ฟ เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสไตล์อิตาเลี่ยนทั้งแบบ 2 หรือ 3 คอร์ส เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย สลัดหรือซุป ตามด้วยพาสต้าหรืออาหารจานหลัก พร้อมปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวาน เหมาะสำหรับท่านเร่งรีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจ ให้ได้อิ่มอร่อยภายในเวลาอันรวดเร็ว ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นเสมือนอยู่ในประเทศอิตาลี เบาๆในราคาเริ่มต้นเพียง 499++ บาท เท่านั้น

พิกัด: Hotel Muse Bangkok – Lower Ground Floor, 55/555